ก่อนอื่นท้าวความไปเมื่อปี 49 ต้องไปหาหมอด้วยอาการเจ็บข้อมือมากๆ โดยจับหยิบของไม่ได้เลย จะเจ็บมากตรงระหว่างข้อมือ
ด้านขวาทางด้านบนของนิ้วโป้ง ทำอะไรไม่ได้เลย ปวดร้าวมากๆ เลยค่ะ หยิบของก็ไม่ได้ ตอนนั้นคิดว่ามือจะพิการสะแล้ว
คุณหมอบอว่า เส้นเอ็น อักเสบอะไรประมาณนั้นแหล่ะค่ะ เลยต้องไปทำกายภาพ นานอยู่เป็นเดือนๆ และคุณหมอบอกว่า
ควรหลีกเลี่ยงในการใช้ข้อมือ นั้นนานๆ แบบว่าตัวเองนั้น อยู่หน้าคอม เป็นสิบๆ ชม. แบบไม่ค่อยได้พักอาการเลย
คุณหมอกล่าวว่า ถ้าไม่ระวังอีก มาครั้งหน้าต้องทำการผ่าตัด น่ากลัวจัง อาการก็ เป็นๆอยู่บ้าง ถ้าใช้ข้อมือนานๆ
มาเดือน มิ.ย เริ่มแรกแบบว่า อาการรู้สึกว่า นิ้วเท้าเจ็บแปล๊บๆ ก็ยังมองที่เท้าว่า เอ..ทำไมเล็บขบยังไงถึง 5 นิ้วซึ่งไม่เคย ๆแต่
เป็นที่นิ้วเดียว ก็ยังไม่เอ่ะใจค่ะ ต้นคอ เอว รู้สึกเจ็บเส้น ก็คิดว่าเป็นเรื่องปรกติ ทานยาคลายเส้น ก็เดี๋ยวหายเดี๋ยวเป็น พอมา
อยู่วันนึง ออกกำลังกายอยู่ ท่านั่งคว่ำหน้ายืดแขน พอลุกขึ้นมาแขนด้านซ้ายชาไปทั้งแขนไม่มีความรู้สึก ก็เลยรีบนำไปจุ่มน้ำร้อน
แบบไม่รู้หลักปฐมพยาบาลอะไรหรอกนะค่ะ ด้วยสัญชาติญาณประมาณนั้นแหล่ะค่ะ ใกล้ตัวก็ลองทำไว้ก่อนจุ่มแขนลงไปนานมากๆ
พอยกแขนขึ้นมาก็ รู้สึกบ้างนิดหน่อย แต่ชักเอ่ะใจ ว่าทำไมชาไม่หาย เลยไปพบคุณหมอที่เดิมที่ไปเมื่อปีที่แล้ว ไปถึงร้านหมอ
จำได้ว่า เป็นลมหัวหมุนมองอะไรมืดไปหมดต้องขอนอนพัก ตอนรอคิวก่อนค่ะ พอคุณหมอ ดูอาการ เอ็กซ์เรย์ สรุป เป็นหมอน
ลองกระดูกทับเส้นประสาท แล้วอาการเป็นอัมพฤก ชั่วคราว ตอนนั้นต้องไปทำกายภาพทุกวันช่วง อาทิตย์แรกๆ เดินแบบขาปัด
โลกเอียงไปหมด ต้องหิ้วปีกเลยค่ะ แล้วคุณหมอให้ใส่คอลล่า อยู่สามเดือน แต่แอบเอาออก ก่อน คุณหมอให้ใส่ เพราะไม่ต้อง
การให้หันไปมา เดี๋ยวจะหายช้ายังโชคดีนะค่ะที่ไม่ต้องผ่าตัด เพราะด้วยความกลัวเลยปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ ทุกอย่าง
ช่วงนั้นจำได้ขึ้นใจเลยค่ะ จิตใจปรวนแปร เครียด ดูอาการแล้วกลัวจะเดินไม่ได้แล้วคิดในใจตายสะดีกว่า ดีกว่าต้องมานอนแล้ว
ทำอะไรไม่ได้เลย ขนาดแค่ยกมือก็ไม่ได้ ออกกำลังกายก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย อาการเริ่มชาลงนิ้วเท้า นิ้วมือ แถมพอเริ่ม
เดินได้บ้างรู้สึกเจ็บที่ข้อพับขา และน่องเป็นอย่างมาก อาการแบบเหมือนใส่ส้นสูงเดินไกลๆแล้วเกร็ง ที่ต้นคอจะเจ็บ สองจุดตรง
กระดูกข้อคอบน แปล๊บๆ ร้าวไปถึงหัว ทรมานสุดๆเลยค่ะตอนนั้นเหมือนตายทั้งเป็นเลย จิตใจก็คิดไปเรื่อยเปลื่อย เพราะเวลา
ว่างมาก คุณหมอสั่ง งดนั่งทำงาน งดใส่ส้นสูง อย่างว่าแหล่ะนะค่ะ นั่งไม่ได้ต้องนอน ตลอดช่วงนั้น ขนาดนั่งสวดมนต์ยังไม่ได้
เลย แบบว่าเท่าที่จำความได้พึ่งขาดการสวดมนต์ไหว้พระก็ตอนนี้แหล่ะค่ะ ช่วงนั้นก็คิดๆๆ ว่าถ้าหายดีขึ้นแล้วอยากจะทำอะไร
อีกหลายๆ อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แล้วจะเป็นคนดีให้มากกว่านี้อีก คนป่วยนะค่ะจิตใจก็ป่วยตามกำลังใจก็ถดถอย พอถึงจุดๆนึง
ก็เข้มแข็งขึ้นคิดว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดต้องสู้ ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น จนมาถึงเดือน พ.ย พอเริ่มเดินได้มากขึ้น เลยอยากไปเที่ยว
ภาคเหนือ แต่ว่าทรมานสุดๆค่ะเพราะว่า ขาและคอยังไม่หายดี แล้วที่นั้นก็จะเป็นภูเขาสะส่วนมาก ต้องเดินๆๆแยะน้ำตาแทบ
ร่วงค่ะ พอกลับมาถึงกรุงเทพ งานนี้เลยไป ร.พ ทำการรักษา แล้วก็เลยได้ตรวจสุขภาพ สรุปผลออกมา เป็นคลอเรสเตอรอล
เป็นความดันสูง เป็นโรคเลือดเพราะอาจจะเป็นช่วงนอนป่วยยาวๆ เครียดมากประจำเดือนมาแยะมากๆ คุณหมอเลยเร่งทำการ
รักษาเพราะเห็นบอกว่าอันตรายอยู่ตัวเองก็ไม่ทราบหรอกค่ะว่าอันตรายไม๊ แล้วคลอเรส ขึ้น 300 กว่า ก็เลยโดนคุณหมอแนะนำ
ให้ลดน้ำหนัก เพราะตอนนอนป่วย น้ำหนักตัวขึ้น เป็นสิบ กิโลเลยค่ะ แล้วก็โดนสั่งห้ามทานอาหารทะเล ของมันๆ พยามทานผัก
แล้วคุณหมอก็ให้ทาน แคลเซี่ยม แล้วก็ วิตามิน บี เพราะว่าปลายเส้นประสาทมือเท้ายังชาอยู่ ตาก็พล่าๆ บางทีก็มองไม่เห็น
ภาพเบลอๆ ก็เลยนำวิตามินมาทานบำรุง น้ำมันปลาก็ทาน อะไรพอช่วยได้บ้างก็ทานสะ แบบว่าเป็นโรคกลัวป่วยไปสะแล้วค่ะ
แต่ก่อนเป็นคนไม่ชอบทาน ยา หรือ ของบำรุงอะไร ได้แต่ซื้อฝากให้ที่บ้านทาน พอมาป่วยเลยพึ่งจะคิดได้ว่า จำเป็นสำหรับวัย
เราเหมือนกันเพราะปกติ จะไม่ชอบทานผัก ผลไม้ ตามวัยแล้วกระดูกก็คงจะเสื่อมพอล้มป่วยมันก็เป็นแบบลูกโซ่ โรคแทรก
ซ้อนเข้ามา
อยากจะแนะนำเพื่อนๆ ตอนที่แข็งแรงสมบูรณ์อยู่นี้
1. ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
2. พยามทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
3. พักผ่อนให้เพียงพอ
4. ทำจิตใจให้เบิกบานอย่าไปเครียด
5. อย่าหักโหมงานมากเกินไป มีเวลาก็ไปเที่ยวพักผ่อนสมองบ้างค่ะ
6. อย่านั่งทำงาน ท่าเดิมๆนานมากๆจนเกินไปค่ะ
7. ถ้ารู้สึกอาการผิดปกติทางร่างกาย อย่ากลัวคุณหมอนะค่ะรีบไปพอแพทย์ทันทีค่ะ
*** ถ้าต้องการทานองค์ประกอบเสริม ก็ทานได้ค่ะ ตามความคิดเห็นส่วนตัว ทุกยี่ห้อดีหมดแหล่ะค่ะ ที่มี อย. รับรองนะค่ะ****
April 27, 2008